ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของโลกอย่าง Saudi Aramco รัฐวิสาหกิจน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ประกาศปรับลดราคาน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการ (OSP) สำหรับงวดส่งมอบเดือนมีนาคม 2026 ให้กับลูกค้าในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือเป็นการปรับลดราคาลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและการชะลอตัวของอุปสงค์ในตลาดโลก
กลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าในเอเชีย
การตัดสินใจลดราคาครั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรักษา “ส่วนแบ่งการตลาด” (Market Share) ในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของซาอุฯ หลังจากที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักจากน้ำมันดิบราคาถูกจากแหล่งอื่นๆ รวมถึงความต้องการที่ผันผวนจากประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่อย่างจีนและอินเดีย โดยน้ำมันเกรดหลักอย่าง Arab Light ถูกปรับลดส่วนต่างราคาลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจูงใจให้โรงกลั่นในเอเชียเพิ่มคำสั่งซื้อมากขึ้น
จับตาทิศทางกลุ่ม OPEC+
การเคลื่อนไหวของซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กลุ่ม OPEC+ ยังคงพยายามรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันโลกผ่านการควบคุมปริมาณการผลิต อย่างไรก็ตาม การปรับลดราคา OSP สะท้อนให้เห็นว่าซาอุฯ เริ่มให้ความสำคัญกับการปกป้องปริมาณการส่งออก (Volume) ควบคู่ไปกับการพยุงราคา (Price) ท่ามกลางการขยายตัวของกำลังการผลิตจากนอกกลุ่ม OPEC+ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ และบราซิล
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและอาเซียน
สำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงประเทศไทย การลดราคาน้ำมันดิบจากซาอุฯ ส่งผลดีต่อต้นทุนของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องถึงการลดภาระต้นทุนพลังงานในภาคการผลิตและการขนส่งในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อราคานำเข้าสุทธิ
“ซาอุฯ กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่ยอมเสียฐานลูกค้าหลักในเอเชียไป การหั่นราคาครั้งนี้คือเกมรุกทางการตลาดที่บีบให้คู่แข่งต้องขยับตัวตาม” — นักวิเคราะห์อาวุโสด้านพลังงานระบุ

ใส่ความเห็น